ว่าด้วยการใช้ยาและปุ๋ยสำหรับทุเรียนนอกถิ่น
การปลูกทุเรียนนอกถิ่นในพื้นที่แห้งแล้งกว่าภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออกและภาคใต้นั้น เนื่องจากความแตกต่างของสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ดังนั้นโรคย่อมมีความรุนแรงแตกต่างกัน เพราะสิ่งมีชีวิตในพื้นที่ที่สิ่งแวดล้อมต่างกันการเจริญเติบโตย่อมต่างกัน
เชื้อราที่มีทั้งราดีที่เป็นประโยชน์ต่อดินและพืชและราไม่ดีที่เป็นศัตรูของพืช การเจิญเติบโตมันก็ต่างกันในสิ่งแวดล้อมที่ต่างกัน ในพื้นที่แห้งแล้งเชื้อราจะเติบโตช้าในขณะที่พื้นที่ชุมชื้นยาวนานเชื้อราจะเติบโตดีกว่า
ดังนั้นการควบคุมโรคที่เกิดจากเชื้อราโดยการใช้อินทรีย์หรือเคมีก็ต้องใช้วิธีและเวลาที่ต่างกัน คนรุ่นใหม่ที่ลงทุนทำทุเรียนนอกถิ่นส่วนใหญ่ก็เรียนรู้จากวิธีการของทุเรียนในถิ่น จะพ่นยาใส่ปุ๋ยกี่ครั้งกี่วัน บางบริษัทที่ขายยาขายปุ๋ยทำตารางมาให้เลยว่าช่วงไหนฉีดอะไรบำรุงอะไร
ผมเห็นคนปลูกแปลงใหญ่ๆ บางท่านทำคลิปบอกวิธีการควบคุมโรคก็ใช้วิธีการที่เป็นแบบแผนมาตรฐานคือกี่วันใส่ปุ๋ยกี่วันให้ยาใช้ยาตัวไหน โดยไม่วิเคราะห์ความเหมาะสมในแต่ละสภาพแวดล้อมแต่ละพื้นที่ ซึ่งมันจะมีผลเสียสำหรับคนปลูกทุเรียนนอกถิ่นที่นำมาใช้คือ
1.สิ้นเปลือง
2.เป็นการใช้สารเคมีหรือปุ๋ยที่เกินความจำเป็น
3.เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว หรือเกิดภาวะดื้อยาของเชื้อโรค
ข้อคิดสำหรับทุเรียนนอกถิ่นคือ ควรวิเคราะห์หน้างานเป็นหลักในการเลือกใช้สารเคมี บางตัวที่ไม่จำเป็นหรือจำเป็นน้อยก็ใช้แต่เพียงจำนวนน้อย เช่นยาควบคุมโรครากเน่าโคลนเน่าสำหรับทุเรียนนอกถิ่นก็น่าจะจำเป็นน้อยกว่าเพราะสิ่งแวดล้อมเราชื้นน้อยกว่า หันมาทดลองใช้เชื้อราคาไตรโคเคอร์ม่าลาดรดในช่วงฤดูฝนชุกๆ ก็น่าจะพอเป็นต้น การฉีดพ่นใบอ่อนช่วงหน้าฝนกับช่วงหน้าแล้งก็น่าจะใช้วิธีการหรือยาที่แตกต่างกันเพราะความชื้นต่างกัน หรือหันไปใช้อินทรัย์ควรคุมก็น่าจะดีถ้าทำได้ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับแต่ละสถานการณ์
เสียดายตอนนี้ยังไม่ค่อยเห็นการเผยแพร่การใช้สารอินทรีย์ปลูกทุเรียนอย่างเป็นระบบ คงเพราะมีการทำกันน้อยหรือยังใช้วธีการที่ผิดๆ เลยยังไม่เกิดผลชัดเจนก็หวังว่าในอนาคตเราจะมีข้อมูลส่วนนี้เพิ่มขึ้นหากเราช่วยกันทำอย่างจริงจัง

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น