เปิดตำนาน “ทูลเรียน” ราชาผลไม้แห่งบางขุนนนท์
“บางขุนนนท์” เป็น 1 ใน 5 แขวงของเขตบางกอกน้อย มีพื้นที่ครอบคลุมเพียง 1.4 ตารางกิโลเมตร สุจิตต์ วงษ์เทศ สันนิษฐานว่าชื่อ “บางขุนนนท์” น่าจะมีที่มาจากชื่อของ “ขุนนนท์” ขุนนางที่รับราชการ ในพระนคร และมีบ้านเรือนหรือสร้างผลงานสำคัญในแถบนี้ อาจจะเป็นผู้ขุดคลองหรือสร้างวัดวาอาราม ก็เป็นได้ “บางขุนนนท์เนี่ยดังเรื่องทุเรียนนะ ที่นี่เมื่อก่อนก็เป็นสวนทุเรียน เเต่จริงๆ เเล้ว ทุเรียนเกิดขึ้นแถบมลายูทางใต้นู่น เป็นทุเรียนที่เค้าเรียกว่าทุเรียนพื้นบ้านหรือทุเรียนพันธุ์ป่า”นี่เป็นคำตอบของลุงตู่ โอภาส บุญเปี่ยม ผู้เชี่ยวชาญด้านพันธุ์ไม้ในย่านฝั่งธนบุรี เจ้าของแหล่งพันธุ์ไม้สวนลุงฉิม บางขุนนนท์ หลังจากผมถามถึงความเป็นมาของทุเรียนบางขุนนนท์ ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจาก ศูนย์การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านนนทบุรี เเละสารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ ที่อธิบายไปในทางเดียวกันว่า “ทุเรียนแพร่กระจายเข้ามาในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ. 2330 จากภาคตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศพม่า และแพร่เข้ามาทางใต้ของประเทศไทย ต่อมาได้มีการนำเอาพันธุ์ทุเรียนต่างๆ เข้ามาปลูกเป็นสวนทุเรียนอย่างแพร่หลายในย่านฝั่งธนบุรี ตามแนวคลองบางกอกน้อย”
คุณพ่อปารเมศ คุ้มครอง ลูกชายเจ้าของสวนทุเรียนครูฉะอ้อนบางขุนนนท์ เล่าให้ผมฟังว่า
“เมื่อก่อนทุเรียนเค้าเรียกว่าทูลเรียน (Tourrion) เพราะว่าทุเรียนเป็นผลไม้ชั้นเลิศ เค้าจึงนิยมเอาไปทูล หรือเอาไปถวายให้เจ้านาย ถึงเรียกกันว่าทูลเรียนไงล่ะ”
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอดีตทุเรียนในแถบบางขุนนนท์นี้เป็นทุเรียนชั้นเลิศ จึงมีผู้คนมาคัดเลือกแล้วซื้อเพื่อนำไปทูลเกล้าฯ ถวายพระมหากษัตริย์หรือเจ้านายชั้นสูงอยู่เป็นประจำ เมื่อกาลเวลาล่วงเลยไปจากคำว่าทูลเรียน ก็เพี้ยนมาเป็นทุเรียนเฉกเช่นปัจจุบัน
“ทุเรียนนั้นที่ชั้นบางขุนนนท์ แต่ละต้นผลดกใจหาย ทั้งรสหวานเนื้อดีไม่ระคาย จะซื้อขายแคล่วคล่องเป็นของดี ถึงตำบลบางคอแหลมและบางโคล่ ผลก็โตต้นก็งามตามเนื้อที่ อีกตำบลวัดทองคลองสานมี ทั้งบางลำภูหมู่นี้ต้นก็งาม แต่รสเนื้อไม่สู้ดีเหมือนบางขุนนนท์เป็นรองบางบนนั้นสองสาม ที่อื่นนอกกว่านี้ถึงมีก็ไม่งาม ผลก็ทรามรสก็คลายแล้วไม่ทน”
บทประพันธ์อันทรงคุณค่าข้างต้นบันทึกไว้ในตำราอาหารเล่มเเรกของไทยที่มีชื่อว่า “แม่ครัว หัวป่าก์” ของท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ภรรยาเจ้าพระยาภาสกรวงศ์ (พร บุนนาค) ซึ่งตีพิมพ์ครั้งแรกในสมัยรัชกาลที่ 6 เป็นเครื่องยืนยันว่าทุเรียนบางขุนนนท์นั้นเคยเป็นทุเรียนที่มีรสหวานเนื้อดีกว่าถิ่นอื่นใด ซึ่งบังเอิญสอดคล้องกับที่ลุงตู่ โอภาส ได้อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้ทุเรียนบางขุนนนท์มีรสหวานเเละเนื้อดีไว้ว่า
“เมื่อทุเรียนป่าเดินทางมาถึงบางขุนนนท์แห่งนี้ก็เกิดการกลายพันธุ์ขึ้น เพราะมีการผสมพันธุ์ข้ามไปข้ามมา จึงเกิดเป็นทุเรียนพันธุ์ใหม่ที่ดีกว่าเดิมตามกฎของเมนเดลไงล่ะ หรืออาจเป็นเพราะบางขุนนนท์เป็น พื้นที่ดินดอนสามเหลี่ยมปากเเม่น้ำ ทำให้ดินที่นี่มีความอุดมสมบูรณ์ เหมาะสำหรับการเพาะปลูก”
สวนทุเรียนในบางขุนนนท์ที่มีชื่อเสียงเเละเป็นที่รู้จักกันในสมัยก่อนนั้นมีมากมาย เป็นต้นว่า สวนทุเรียนคุณยายจ่าง จุลละทรัพย์ มารดาของพลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ (เสธ.ทวี) อดีตรองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พันเอกพระยาดำเกิงรณภพ (ทัด ปัทมานนท์) อดีตเจ้ากรมช่างยุทธภัณฑ์ทหารบก เเละอดีตนายกเทศมนตรี นครธนบุรี นายดาบเจือ ขำภิบาล ครูฉะอ้อน ยุธิน คุ้มครอง นายอู๊ด เก่งตะลุมบอน นายทรัพย์ โชติวิสุทธิ์ นายเทิม มีเต็ม นายยอด พึ่งเพาะปลูก เเละลุงชม สังขกนิษฐ์
ลุงเบิ้ม เอนก สังขกนิษฐ์ หนึ่งในทายาทสวนทุเรียนลุงชม สังขกนิษฐ์ บางขุนนนท์ เล่าให้ผมฟังว่าในอดีตจะมีคำพูดหนึ่งที่ผู้คนชอบพูดกันจนติดหูเกี่ยวกับผลไม้ในเเต่ละท้องถิ่นว่า “ทุเรียนบางขุนนนท์ล่าง กระท้อนห่อบางกร่าง” คำว่า “ทุเรียนบางขุนนนท์ล่าง” ก็คือทุเรียนที่ปลูกตั้งเเต่คลองชักพระไล่ขึ้นไปจนถึงวัดสุวรรณาราม ซึ่งว่ากันว่าเป็นทุเรียนที่มีรสชาติดีที่สุด ส่วน “ทุเรียนบางขุนนนท์บน” ก็นับตั้งเเต่คลองชักพระเลยไปจนถึงวัดตลิ่งชัน ซึ่งนี่เป็นการเเบ่งพื้นที่การปลูกทุเรียนภายในท้องถิ่นที่ชัดเจนเเละละเอียดอย่างยิ่ง
“ทุเรียนที่สวนเราเนี่ยจะแปลกกว่าสวนของชาวบ้านเขานะ คือจะมีต้นเป็นพุ่มสวยงาม” คุณพ่อเล่าให้ผมฟังพร้อมกับยิ้มอย่างกรุ้มกริ่ม
คุณพ่อเล่าต่อว่า “ปกติแล้วทุเรียนที่ปลูกในท้องถิ่นบางขุนนนท์ จะมีลำต้นสูงใหญ่เหมือนกับต้นยาง มีเพียงทุเรียนของสวนเราเท่านั้นแหละ ที่ทดลองตัดยอดต้นทุเรียนให้เตี้ย ถ้าปล่อยให้เป็นไปธรรมชาติต้นจะสูงเกินไป มันก็จะยากต่อการเก็บผลนะ และการตัดยอดเนี่ยยังช่วยป้องกันไม่ให้ต้นทุเรียนหักโค่นเมื่อเจอพายุฤดูร้อนอีกด้วย”
ในอดีตบางขุนนนท์ยังเป็นเเหล่งเพาะพันธุ์ทุเรียนที่สำคัญในย่านฝั่งธนบุรี จึงทำให้บางขุนนนท์นั้นมีทุเรียนหลากหลายสายพันธุ์ เมื่อผมได้ยินชื่อพันธุ์ทุเรียนทีไรก็อดที่จะยิ้มไม่ได้ทุกครั้ง ไม่ว่าจะเป็น พันธุ์กระเทย กบตาขำ กบแม่เฒ่า อีลวง กระดุมทอง ก้านยาว เเละสายพันธุ์ที่ขาดไม่ได้นั่นก็คือพันธุ์ “บางขุนนนท์” ซึ่งที่มาของชื่อนั้นมาจากชื่อท้องถิ่น ลักษณะของทุเรียนพันธุ์นี้จะมีลูกป้อม หนามถี่ ก้านขั้วสั้น เนื้อมีสีเหลืองดั่งขมิ้นรสหวานมัน และพันธุ์ “ชะนี” เป็นทุเรียนที่มีต้นกำเนิดอยู่ที่บางขุนนนท์โดยเเท้จริง เกิดจากการผสมพันธุ์ระหว่างพันธุ์อีกบ กับ ก้านยาว มีลักษณะผลเป็นทรงหวด มีรสชาติอร่อย พลอากาศเอกทวี จุลละทรัพย์ บันทึกไว้ว่า ญาติของท่านเป็นผู้ทดลองผสมพันธุ์ทุเรียนใหม่ ญาติท่านนี้ชอบเลี้ยงชะนี เมื่อไปสวนก็จะเอาชะนีโอบคอไปด้วย เเละชะนีก็ชอบลูบคลำดอกทุเรียนขณะที่ท่านกำลังผสมอยู่ เมื่อทุเรียนออกผลมาก็เลยตั้งชื่อว่าพันธุ์ชะนี
“จริงๆ แล้วเราอาจจะพูดได้เลยนะว่า บางขุนนนท์เราเนี่ยเป็นที่เเรกของประเทศไทยที่มีทุเรียนพันธุ์ดี ดูสิ ทุเรียนอร่อยๆ ราคาแพงที่กินกันอยู่ในปัจจุบัน และส่งออกไปขายทั่วโลกอย่างทุเรียนนนท์ ทุเรียนระยอง หรือทุเรียนจันทบุรีเนี่ย ก็มีต้นกำเนิดอยู่ที่บางขุนนนท์ทั้งนั้นเเหละ” นี่เป็นคำพูดของคุณพ่อที่เล่าให้ผมฟังด้วยสีหน้าเเละเเววตาเเห่งความภาคภูมิใจ
เมื่อผมถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับสวนทุเรียนบางขุนนนท์ ทำไมสวนทุเรียนที่นี่ถึงหายสาบสูญไปจนหมดสีหน้าเเละเเววตาอันสดใสของคุณพ่อนั้นได้จางหายไปในทันที
“อุปสรรคใหญ่ของการปลูกทุเรียนนั่นก็คือน้ำท่วม ที่นี่น้ำท่วมหลายครั้งมากนะ เเต่เราก็สู้และฝ่าฟันอุปสรรคมาได้เรื่อยๆ ท่วมได้ก็ปลูกใหม่ได้ นี่แหละชีวิตชาวสวน” นี่เป็นคำพูดที่คุณพ่อเล่าให้ผมฟัง ซึ่งสอดคล้องกับที่ลุงเบิ้ม เอนก เล่าว่า
“ปี 2460 น้ำท่วมใหญ่ ปีมะเส็งใหญ่เนี่ย ทุเรียนที่นี่ก็ตายหมดเกลี้ยง เเต่เราปลูกขึ้นมาใหม่” เช่นเดียวกับลุงตู่ โอภาสที่เล่าว่า
“เคยได้ยินว่าในปี 2485 ที่น้ำท่วมลานพระรูป ซึ่งเป็นช่วงก่อนผมเกิด สวนทุกเเห่งที่นี่ถึงขนาดต้องมีการรื้อฝาเรือน รื้อกระดานไม้ไปกั้น เเล้วสูบน้ำในสวนให้เเห้งเลยนะ การกั้นน้ำสมัยก่อนเค้ายังไม่มีประสบการณ์ น้ำข้างในเเห้ง น้ำข้างนอกเยอะก็สู้เเรงดันไม่ไหว น้ำก็ทะลักเข้ามาในสวน ทุเรียนก็ตายหมดอยู่ดี แต่ต่อมาก็ปลูกกันใหม่อีกแหละ”
ประมาณปี 2518 บางขุนนนท์ก็ต้องประสบกับวิกฤตน้ำท่วมอีกครั้ง คุณพ่อเล่าให้ผมฟังว่า
“ครั้งนี้อาจารย์ฟุ้ง ศศิสนธิ์ หัวหน้าสถานีทดลองพืชสวนบางกอกน้อย ซึ่งมีพื้นที่อยู่ติดกับสวนทุเรียนของเรา ส่งคนงานราว 20 คน มาช่วยทำคันกั้นน้ำให้สวนทุเรียนในละเเวกนี้ให้สูงขึ้น ท้ายที่สุดก็ไปไม่รอด”
หลังจากน้ำท่วมครั้งนี้แล้วชาวสวนก็เริ่มปลูกทุเรียนใหม่อีกครั้ง เเต่ก็ไม่ค่อยได้ผล เนื่องจากหลังน้ำท่วมชาวสวนต้องเผชิญกับการระบาดของโรคเชื้อรา หรือโรครากเน่าโคนเน่าของทุเรียน ซึ่งเกิดจากเชื้อรา Phytophthora palmivora
ลุงตู่ โอภาสเล่าให้ผมฟังว่า “ในอดีตเรายังไม่มียามากำจัดโรคนี้ได้ รากนี่หลุดมาเป็นกระบิ กระบิเลย ทุเรียนตายกันเป็นระนาว เเม้กระทั่งคุณเผดิม ฐิตะฐาน อธิบดีกรมวิชาการเกษตรในช่วงนั้นก็ยังส่ายหัว”
เมื่อเกิดน้ำท่วมใหญ่ในปี 2521 และยังท่วมซ้ำอีกในปี 2526 สวนทุเรียนในบางขุนนนท์ก็ล่มแทบจะทั้งหมด นับเป็นการ “ปิดตำนานสวนทุเรียนบางขุนนนท์” อย่างถาวร
เมื่อผมมีโอกาสเข้ามาชมแหล่งพันธุ์ไม้ สวนลุงฉิม บางขุนนนท์ ที่ตั้งอยู่ในซอยบางขุนนนท์ 20 ผมก็ได้สัมผัสกับบรรยากาศอันร่มรื่นที่เต็มไปด้วยพันธุ์ไม้เขียวขจีนานาชนิด และยังคงสภาพร่องสวนเดิมให้เห็น ผมหวังว่าจะได้เห็นต้นทุเรียนที่ยังหลงเหลือ หรือต้นทุเรียนที่ปลูกขึ้นใหม่สักต้น
“โอ้ย ! ไม่ต้องมองหาหรอก มันจะปลูกได้ยังไงล่ะ ปลูกไป...ไม่ใช่ปีสองปีแล้วมันจะได้กิน เงินทองต้องใช้ทุกวัน สู้เปลี่ยนมาปลูกแบบนี้ไม่ดีกว่าหรอ” ลุงตู่ โอภาสพูดออกมาเหมือนจะรู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่
“ใช่ครับนี่แหละคือคำตอบที่ผมต้องการทราบ” ผมตอบลุงตู่ในใจ
เมื่อคุยกับลุงตู่เพิ่มเติมก็ทำให้ผมทราบว่า เมื่อชาวสวนต้องเผชิญกับน้ำท่วมใหญ่หลายต่อหลายครั้ง ชีวิตชาวสวนทุเรียนบางขุนนนท์ก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา สวนบางแห่งก็เปลี่ยนมือเปลี่ยนเจ้าของ แปรเปลี่ยนเป็นอาคารบ้านเรือน เเต่บางแห่งลูกหลานก็ยังคงยึดอาชีพทำสวนตามเดิม หากเเต่ปรับเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์ไม้ชนิดอื่นแทน หรือเปลี่ยนไปปลูกพันธุ์ไม้หลากหลายชนิดในสวนเดียวกัน เช่นเดียวกับสวนแห่งนี้ ที่ปลูกทั้ง มะม่วง มะปราง มะยงชิด เงาะ ชมพู่ ขนุน ฝรั่ง กล้วย เพราะพืชเหล่านี้ออกผลเร็วกว่าทุเรียน สวนในลักษณะนี้เขาเรียกว่า สวนเบญจพรรณ ซึ่งการทำสวนในรูปแบบนี้มักจะทำควบคู่ไปกับการเพาะพันธุ์ไม้ ตอนกิ่ง ทาบกิ่ง เสียบกิ่ง ขายด้วย นี่แหละทำให้ชาวสวนมีรายได้เป็นกอบเป็นกำ
เเม้ว่าทุเรียนบางขุนนนท์จะปิดตำนานไปเเล้ว เเต่ก็มิได้หมายความว่าจะปิดตำนานทุเรียนหวานรสดีไปซะทีเดียว เนื่องด้วยช่วงที่ทุเรียนเดินทางมาถึงบางขุนนนท์นั้น ทุเรียนได้เเพร่ขยายไปในท้องถิ่นนนทบุรีด้วย ซึ่งทุเรียนนนทบุรีนี้เป็นทุเรียนที่มีรสชาติอร่อย หวาน มัน หอม เนื้อเนียน ไม่เเพ้กับทุเรียนบางขุนนนท์เลย เเละทุกวันนี้ก็ยังคงหลงเหลือให้เราได้ลิ้มลองอยู่บ้าง เเต่ก็มีราคาค่อนข้างสูง ทว่าเมื่อสภาพเเวดล้อมเปลี่ยนไป คนเข้ามาอยู่อาศัยมากขึ้น ทำให้น้ำเริ่มเสียเเละอากาศเป็นพิษ ประกอบกับต้องเผชิญกับน้ำท่วมหลายๆ ครั้ง จึงทำให้ทุเรียนต้องเดินทางไกลไปอยู่เเถวระยอง จันทบุรี เเละปราจีนบุรี ดังเช่นที่เราเห็นอยู่ตามท้องตลาดในทุกวันนี้
อ้างอิง
กรมศิลปากร. (2543). ตลาดน้ำ : วิถีชีวิตของเกษตรกรภาคกลาง. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์คุรุสภาลาดพร้าว.
ทวี จุลละทรัพย์. (2528). อนุสรณ์งานพระราชทานเพลิงศพ นางจ่าง จุลละทรัพย์. กรุงเทพฯ: พลชัย.
ปิยะ เกียรติก้อง. (2500). การสำรวจพันธุ์ทุเรียนในจังหวัดธนบุรี. (วิทยานิพนธ์ปริญญากสิกรรมและสัตวบาลบัณฑิต). มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์, คณะกสิกรรมและสัตวบาล.
ปารเมศ คุ้มครอง. (1 พฤศจิกายน 2561). สัมภาษณ์. ลูกชายเจ้าของสวนทุเรียนครูฉะอ้อน บางขุนนนท์.
เปลี่ยน ภาสกรวงศ์. (2557). ตำราแม่ครัวหัวป่าก์ (พิมพ์ครั้งที่ 9). นนทบุรี: ต้นฉบับ.
ศุภธัช คุ้มครอง. (2562). รวมบทกวี เล่าขานตำนานบางขุนนนท์. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, สาขาวิชาภาษาไทย.
ศูนย์การเรียนรู้เพื่ออนุรักษ์ทุเรียนพื้นบ้านนนทบุรี. (10 พฤศจิกายน 2561). ประวัติทุเรียนนนท์. เข้าถึงจาก https://www.duriannon.com/13771276/ประวัติทุเรียนนนท์
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ. (7 พฤศจิกายน 2561). ประวัติของทุเรียนในประเทศไทย. เข้าถึงจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=28&chap=4&page=t28-4-infodetail01.html
สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ. (1 กุมภาพันธ์ 2562). ประวัติการใช้และการผลิตยาในประเทศไทย. เข้าถึงจาก http://kanchanapisek.or.th/kp6/sub/book/book.php?book=38&chap=6&page=t38-6-infodetail08.html
สุจิตต์ วงษ์เทศ. (2556). กรุงเทพฯ กรุงธนฯ มีภูมิสถาน ชื่อบ้านนามเมือง. กรุงเทพฯ: ดรีม แคทเชอร์.
สำนักงานเขตบางกอกน้อย. (2552). แนะนำเขตบางกอกน้อย “โฟกัสบางกอกน้อย”. กรุงเทพฯ: ม.ป.พ.
โอภาส บุญเปี่ยม. (5 พฤศจิกายน 2561). สัมภาษณ์. เจ้าของแหล่งพันธุ์ไม้สวนลุงฉิม บางขุนนนท์
เอนก สังขกนิษฐ์. (3 พฤศจิกายน 2561). สัมภาษณ์. ทายาทสวนทุเรียนลุงชม สังขกนิษฐ์ บางขุนนนท์
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น