วันจันทร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2563

เชื้อไฟทอปธอรา

 ว่าด้วยเชื้อไฟทอปธอรา ชื่อนี้ต้องท่องให้ขึ้นใจ

ถ้าท่านคิดจะเป็นชาวสวนทุเรียนจริงจัง ชื่อ"ไฟทอปธอรา" ท่านต้องท่องให้ขึ้นใจ เพราะเท่าที่ผมศึกษาการระบาดของเชื้อตัวนี้ ทำให้ทราบว่ารุนแรงมาก มันเคยทำให้ชาวสวนทุเรียนหลั่งน้ำตามาแล้วหลายครั้ง
"ในปี2554 นายวิรัช ทองบุญเกื้อ นายวิชา ทองอยู่ นายสมคิด แก้วพะงัน และนายสมชาย เคี่ยนบุ้น ตัวแทนเกษตรกร ตำบลทุ่งระยะ อ.สวี จ.ชุมพร ได้รายงานว่าต้นทุเรียนพันธุ์หมอนทอง อ.สวี จ.ชุมพร เกิดโรคระบาดหมดทางแก้ไขยืนต้นตายนับพันไร่มูลค่าความเสียหายนับหลายร้อยล้านบาท" นี่เป็นประวัติศาสตร์หน้าหนึ่งของการระบาดของไฟทอปธอราในประเทศไทยที่ต้องเรียนรู้
เชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ขนาดเล็กจนมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า อาศัยอยู่ในดิน เชื้อไฟทอปธอรา อาจมีหลายชนิดที่เข้าทำลายทุเรียน แต่นักวิชาการรายงานว่า เชื้อไฟทอปธอรา ที่มีชื่อว่า Phytophthora palmivora (ไฟทอปธอรา ปาล์มมิโวลา) เป็นชนิดหลักในสวนทุเรียน
จากงานวิจัยในรายละเอียดเกี่ยวกับชีวิตของเชื้อ ไฟทอป ธอรา ปาล์มมิโวลา เชื้อจะสามารถสร้างสปอร์พิเศษมีผนังหนา (chlamydospores) ที่ทนสภาพแวดล้อมได้ดี มีชีวิตอยู่ในดินได้นานภายใต้สภาวะที่ไม่เหมาะกับการเจริญเติบโต เช่น อากาศแห้งแล้ง ดินขาดน้ำ เมื่อดินได้น้ำในหน้าฝน เชื้อก็จะเจริญเติบได้ใหม่เป็นวงจรเช่นนี้ทุกปี ดังนั้นจะพบว่า ในช่วงหน้าแล้ง โรคจะไม่ระบาด ดูเหมือนว่าไม่มีโรคไฟทอปธอราบนต้นทุเรียน แต่เมื่อเข้าหน้าฝน โรคจะระบาดรุนแรงมากขึ้น
จากงานวิจัยวิทยานิพนธ์ ปริญญาโท มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบว่า เชื้อไฟทอปธอรามีลักษณะรูปร่างและพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ชี้ให้เห็นว่าเชื้อไฟทอปธอรามีหลายสายพันธุ์ แต่ละสายพันธุ์อาจมีความรุนแรงของการเกิดโรคแตกต่างกันและสามารถต้านทานสารเคมีกำจัดโรคพืชได้ หรือที่เราเรียกว่า “เชื้อดื้อยา”
เชื้อไฟทอปธอรา เป็นเชื้อโรคที่อาศัยอยู่ในดิน การเข้าทำลายต้นทุเรียนจะเข้าทางรากของต้นทุเรียน เมื่อเชื้อเข้าสู่ต้นทุเรียนได้แล้ว ก็จะขยายพันธุ์เข้าสู่ระบบท่อน้ำในลำต้น แพร่กระจายไปทั้งต้น แบ่งเป็น3ระยะ
ระยะที่ 1 “รากเน่า” อันนี้ชาวสวนอาจยังมองไม่เห็นเพราะการเน่าของรากอาจเกิดกับรากบางส่วนไม่ทั้งหมด ต้นทุเรียนจึงยังไม่แสดงอาการหนักให้เห็น อาจแค่ชะงักการเติบโต ออกใบน้อยลง มีใบเหลืองปะปนไม่สุดชื่น
ระยะที่2“ลำต้นเน่า” ระยะนี้ชาวสวนจะเห็นชัดคือมีน้ำออกมาจากลำต้น นั่นแสดงว่าเชื้อราเดินจากดินผ่านรากเข้าสู่ลำต้นเรียบร้อยแล้ว
ระยะที่3 ระยะลุกลามทั่วต้น“ยอดเหี่ยว”และ“ใบร่วง”
ส่วนการแพร่กระจายของโรค จากต้นหนึ่งไปสู่ต้นอื่นๆ นั้น น้ำจะเป็นปัจจัยหลักในการแพร่กระจาย เพราะเชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ ที่ชอบอยู่ในทีชื้นหรือมีน้ำในดิน เชื้อไฟทอปธอรา จะสร้างสปอร์พิเศษ (zoospores) ที่มีอวัยวะคล้ายแส้ ช่วยทำให้เคลื่อนย้ายในน้ำได้
วิธีการแก้ไข เนื่องจากเชื้อไฟทอปธอรา เป็นจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่ในดินทั่วไป ดังนั้นวิธีแก้ไขจึงเลือกควรสารเคมีที่มีคุณสมบัติแบบดูดซึมทางดิน ซึ่งสารเคมีสามารถซึมผ่านระบบรากของต้นพืช และเข้าสู่ลำต้นทางท่อน้ำของต้นพืช ก็จะเป็นการทั้งป้องกันเชื้อโรคที่อยู่ในบริเวณรากและสามารถกำจัดเชื้อโรคที่เข้าทำลายส่วนต่างๆของต้นพืชได้ พร้อมๆกัน คือสารโพรพาโมคาร์บ ไฮโดรคลอไรด์ (propamocarb hydrochloride) ซึ่งต้องเรียนรู้วิธีใช้ที่ถูกต้องต่อไปครับ
ในภาพอาจจะมี ต้นไม้, ต้นพืช, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ, ข้อความพูดว่า "1= ไม่เป็นโรค 2= เป็นโรค <10% 3= 3=เป็นโรค<25% PHMOINA = เป็นโรค <25% 4= เป็นโรค <50% 5 = เป็นโรค <75% 6= เป็นโรค >75%"
28
ความคิดเห็น 13 รายการ
แชร์ 7 ครั้ง
ถูกใจ
แสดงความคิดเห็น
แชร์

ความ

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น

การจัดการเพื่อคุณภาพผลผลิต

  การจัดการเพื่อเพิ่มปริมาณและปรับปรุงคุณภาพของผลผลิต           หลักการสำคัญคือการจัดการให้ผลอ่อน มีการพัฒนาอย่างสม่ำเสมอ ไม่มีการชะงัก หรือ...